ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย




แนวโน้มตลาดปี 47/48 (ภาค 1) (จำนวนเข้าชม 3400 ครั้ง)
ให้คะแนนบทความ 0 คะแนน

แนวโน้มตลาดปี 47/48 (ภาค 1)


         สวัสดีครับ ฉบับนี้ผมจะได้พูดถึง แนวโน้มตลาดปี 48 จะเป็นอย่างไร และ ท่านในฐานะ เจ้าของธุรกิจ และผู้บริหารจะปรับตัวรับกับกระแสการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร เตรียมพร้อมรับมือ กับการเปลี่ยนแปลงเสียแต่เนินๆ เพื่อที่เราจะได้หนีพ้นการตกยุคได้ทันท่วงที กระแสหลักมีดังนี้ครับ

1) ตลาดอินโดจีน จะรวมตัวเข้ากับประเทศไทย รัฐบาลไทยมีการปล่อยเงินกู้ให้ประเทศเพื่อนบ้านเช่น พม่า ลาว เขมร เพื่อทำโครงสร้างพื้นฐานเช่น ถนน เพื่อเชื่อมโครงข่ายอินโดจีน และมีเส้นทางสายไหม ตัดจากจีนทางใต้ ยูนาน ผ่านลาวพม่า เข้าไทยที่ เชียงราย ตรงบ้านห้วยทราย เชียงของ ซึ่งจะทำให้ตลาด6 ประเทศเชื่อมเข้าหากันโดยการขนส่งทางบก ส่วนการขนส่งทางน้ำ ถ้ามีการขุดคลองกระ ทางใต้ก็จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำ ทางอากาศเชียงใหม่กำลังพัฒนาเป็นศูนย์กลางการบินนานาชาติ จากนี้เองจะเห็นว่า ตลาดไม่ได้มีเฉพาะเมืองไทย ปัจจุบันนักธุรกิจไทยหลายท่านได้ขยายตลาดไป เขมร เวียดนาม พม่า และวางแผนขยายตลาดสู่จีนตอนใต้ โดยไปตั้งสำนักงาน ทางภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย มีการคาดกันว่า ศูนย์กลางการขนส่งน่าจะอยู่บริเวณ สี่แยก อินโดจีน จังหวัด พิษณุโลก เราคงต้องเตรียมตัวกับตลาด ที่จะขยายตัวออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จาก 66 ล้านคน เป็นเกือบ 300 ล้านคน

2)ธุรกิจที่เป็นดาวรุ่งได้ถูกจัดลำดับไว้โดย ศูนย์พยากรณ์ ม.หอการค้าไทย ว่า มี 10 ธุรกิจ เรียงลำดับดังนี้
1.ท่องเที่ยวคาดว่ามีต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 11 ล้านคน
2.สังหาริมทรัพย์จะเติบโตต่อเนื่อง เป็นเลข สองหลัก
3.รถยนต์ จะเติบโตเป็น 6 แสนกว่าคัน พร้อมนโยบาย ดีทรอย์แห่งเอเชียภาครัฐจะทำให้อุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องทั้งชิ้นส่วนอะไหล่ ยานยนต์ ยางรถยนต์เติบโต
4. อาหารยังเติบโตต่อไป จากนโยบาย อาหารไทยเป็นครัวของโลก และ From Farm to Table ของภาครัฐ
5.ก่อสร้างเจริญตามอสังหาริมทรัพย์
6. อิเล็กทรอนิกส์มือถือมีประมาณมากกว่า โทรศัพท์บ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ขายถึง 1 ล้านเครื่อง อินเทอร์เน็ตราคาถูกจะทำให้ตลาดขยายตัวสู่มวลชนวงกว้าง
7. พลังงาน ปัจจุบันมีศูนย์กลางค้าน้ำมันที่แหลมฉบังศรีราชา และโครงการ แลนด์บริดจ์
8. แฟชั่นและเครื่องประดับจากนโยบายกรุงเทพเมืองแฟชั่นของภาครัฐบาล
9.บริการด้านสาธารณสุข ทั้งดีและถูก
10.ธุรกิจบันเทิง ที่สามารถส่งออกได้สบาย ดังนั้นถ้าท่านอยู่ในธุรกิจบริการก็ต้องยินดีด้วย และถ้าท่านอยู่ในธุรกิจอาหาร ก็ต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบมาตรฐาน Food Safety ให้ได้อย่างรวดเร็ว แฟชั่นบันเทิง ทั้งหนังและเพลงก็ต้องปรับตัวให้ทันกระแสฮิตง่ายหน่ายเร็ว อายุผลิตภัณฑ์จะสั้นไม่เกิน 1 เดือน เรียกว่าต้องมีของใหม่กันตลอดเวลา โรงภาพยนตร์มีไม่พอกับหนังที่ผลิต ภาพยนตร์จะต้องอยู่ในรูป วิซีดี ดีวีดี แทน การทำตลาดต้องรวดเร็วและจุดกระแสให้ทัน

3)นโยบายรัฐเปิดมากขึ้น ทั้งการค้าเสรี พหุภาคี เช่น AFTA WTO และ ทวิภาคี FTA ที่จะลดอัตราภาษีขาเข้าซึ่งกันและกัน ภูมิคุ้มกันธุรกิจไทยจะหมดไป ไม่ว่ากำแพงภาษี ข้อกีดกันทางการค้า ต่างๆ ดังนั้นเราต้องปรับตัวให้พร้อม เพราะจะมีคู่แข่งต่างชาติเข้ามาตีตลาดในบ้านเรา เมื่อก่อนเราอาจจะขอ ไลเซ็น หรือ แฟรนไชน์เข้ามา ปัจจุบัน ต่างชาติจะเปลี่ยนนโยบาย โดยจะเข้ามาตั้ง บริษัทสาขาของเขาโดยตรงแทนก็ขาย ค่าลอยัลตี้ ความเข้มข้นของการแข่งขันจะมีแน่นอน เช่นอุตสาหกรรม ยาง มาเลเซียจะเข้ามา แฟชั่นต่างชาติจะเข้ามา เทคโนโลยี จาก อเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลี บริการจากสิงคโปร์ ถ้าท่านทำธุรกิจก็ต้องเป็นแบบ นานาชาติให้ได้เตรียมพร้อมสู่กับเขาในเวทีสากล ท่านไม่ออกไปสู้กับเขา เขาก็จะเข้ามาตีท่านถึงในบ้าน

4) ความต่อเนื่องจากการข้อ สาม การผลิตปริมาณมากๆเพื่อสนองกับตลาดโลก การหาแหล่งผลิตที่ถูกได้ทั่วโลก เช่น ปัจจุบัน มีการตั้งโรงงานผลิตของไทย ใน ย่างกุ้ง และ เวียดนาม มีค่าแรงถูก และมีต้นทุนการผลิตต่ำ ดังนั้น ตลาด Low cost เกิดขึ้นแน่ เช่น Low cost Airline โครงการเอื้ออาทรทั้งหลาย จะช่วยกันจุดกระแส ของดีราคาถูก ให้เป็นที่นิยมมากขึ้น Makro Lotus เป็นตัวอย่างที่ขายของราคาถูก และมีคุณภาพ เราท่าน จะต้องเผชิญกับคู่แข่ง ของดีราคาถูก อย่างแน่นอน ทีเรียกว่า Super Value Brand จากนี้เอง แบรนด์ใหญ่จะยิ่งใหญ่มากขึ้น ในที่สุดจะเหลือยักษ์ เพียง 3 -4 ราย ที่เหลือก็ต้องปรับตัวเป็นพันธมิตร หรือ เครือข่ายของยักษ์ สังเกตได้จากร้านค้าในปัจจุบันต่างก็ประกาศตัวเองชัดว่าอยู่สังกัดเครือข่ายแบรนด์ใด ไม่ว่าเป็น ร้านขายยาง เครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง

5)แบบการใช้ชีวิตของผู้ซื้อเปลี่ยนไป ทั้งครอบครัวตัวคนเดียว มีมากขึ้น การแยกจากพ่อแม่มาอยู่เอง การแต่งงานช้า การรักอิสรเสรี วัตถุนิยม และพึ่งพาเทคโนโลยี ไร้พรมแดน ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ผ่านสื่อบันเทิงต่างๆ ทั้ง ภาพยนตร์ เกมส์ออนไลน์ อินเทอร์เน็ต มือถือ ผู้ซื้อจะตามใจตัวเอง เป็นขบถทางวัฒนธรรม ชอบแหวกกฎเกณฑ์ ถูกชักจูงด้วยวัฒนธรรมต่างชาติ กระแส MTV กระแส ลิเวอร์พูล แมนยูไนเต็ด กระแสกินกาแฟตามปั๊มและตามร้าน กระแสฟาสฟูด์ กระแส แล็คนาล็อค เน็ตคาเฟ่ พันธุ์ทิพย์ สนุก หรรษา ดอทคอม แช๊ต กิ๊ก SMS MMS เหล่านี้ล้วนเป็นผลงานของ การปลุกกระแส สร้างชุมชนและวัฒนธรรม ใหม่ ทั้งที่มีดีและไม่ดี แต่เราจะต้องตามกระแสให้ทัน ขี่กระแสให้เป็น เบรคกระแสที่ไม่ดีให้ได้ แต่ที่แน่นอนคือเราต้องมีของใหม่ๆให้ลูกค้าเสมอ ไม่ว่า ผลิตภัณฑ์ใหม่ บริการใหม่ ภาพลักษณ์ใหม่ ผู้ซื้อในยุคนี้จะถือว่า ความจำเจคือ ห่วงโซ่และพันธนาการ ผู้ซื้อจะไม่ยอมติดบ่วงซ้ำซากจำเจ และความภักดีที่มีต่อแบรนด์และ สินค้าจะลดน้อยลง เราจะต้องพัฒนาตัวเองตลอดให้มีสิ่งแปลกใหม่ สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับลูกค้าได้ตลอดเวลา

6) สังคมแห่งการบริโภคข่าวสาร และข้อมูล ข่าวสาร และความรู้จะไหลไปในวงกว้างได้อย่างรวดเร็วไม่ว่า มีของออกใหม่ที่ไหน ราคาเท่าไร มีการเปรียบเทียบในการตัดสินใจซื้อมากขึ้นการแสวงหาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อมากขึ้น เช่น หญิงไทยในเมือง อายุ 35 ปีลงมา 30% จะเข้าไปค้นหาข้อมูลในเน็ต ก่อนซื้อ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว ที่เรียนพิเศษสำหรับลูก โรงเรียนสถานศึกษา นอกจากนี้ข้อมูลที่เกิดขึ้น ณ จุดขาย ก็จะต้องป้อนกลับไปยังผู้ขายอย่างรวดเร็ว เช่น เมื่อมีการซื้อของ ณ จุดขายที่ห้าง Bar Code สินค้า และ หมายเลขสมาชิก จะถูกนำมาเชื่อมโยงกัน ผู้ขายสามารถรู้ว่า ลูกค้าคนไหนซื้ออะไร เวลาใด ร้านอาหาร พนังงานเสิร์ฟมีปาล์มมือถือ สามารถ ดูข้อมูลลูกค้าได้ว่าชอบทานอาหารอะไร ประเภทใด จึงสามารถแนะนำได้อย่างรู้ใจและเมื่อลูกค้าสั่งอาหาร รายการสั่งจะถูกยิงเข้าไปที่ครัว ชื่อโต๊ะ รายการอาหารที่สั่ง และข้อควรระวัง เช่น ไม่เอาเค็ม เผ็ด เป็นต้น ผู้ซื้อ และผู้ขายจะใช้ข้อมูลที่ให้ซึ่งกันและกันมาเป็นประโยชน์ในการให้บริการอย่างรู้ใจ และ สะดวกรวดเร็ว แบบReal Time นาทีต่อนาที แบบทันควัน ทำให้เกิดการตอบสนองอย่างรวดเร็ว Quick Response QR ต่อความต้องการของลูกค้า เพื่อสร้างองค์ความรู้ในการเรียนรู้ความต้องการลูกค้า และสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่เรียก CRM Customer Relationship Management

7)ของทุกชนิดจะมีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เร็วกว่า ดีกว่า แน่นอนกว่า Nano Technology จะเข้ามามีบทบาท ทั้งการตรวจจับสัญญาณ การส่งสัญญาณ การแปลงข้อมูล และ สารระบบการตอบสนองต่อข้อมูลที่เก็บได้ เป็น แบบ อัตโนมัติ เช่นการตรวจสอบ เครื่องความผิดปกติของ เครื่องมือ แพทย์ CT scan เอ็กซเรย์ เครื่องจักรกล รถยก รถขุด ลิฟท์ การรั่วไหลของน้ำมัน การตรวจพิกัดของลูกค้า เช่น ลูกค้ามีมือถือ เราจะตรวจพิกัดตำแหน่งลูกค้าได้ เช่นลูกค้าอยู่ในห้างหนึ่ง ห้างนั้นมีสินค้าใหม่ที่ลูกค้าต้องการอยู่ เครื่องจะยิง SMS เข้ามือถือลูกค้าทันทีว่าของที่ท่านต้องการมีอยู่ที่ห้าง แผนกเสื้อผ้าชั้น 3 เป็นต้น ด้วยเทคโนโลยี GPS ทำให้เราสามารถทำRight Time Marketing ให้ข้อเสนอที่ตรงประเด็นกับความต้องการลูกค้าในเวลาที่เหมาะเจาะถูกกาลเทศะ

8) ช่องทางการจัดจำหน่ายจะมีการพัฒนา จาก ขายผ่านหน้าร้าน เป็นขายตรงด้วยพนักงานขาย ขยายมาเป็น Multi Level MLM เพื่อขยายเครือข่ายการขายออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็ มี Direct Marketing ขายผ่านสื่อ เมล์ แคตตาล็อก และ ไดเร็คทีวี มาใช้ Telemarketing และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ E commerce สู่ พาณิชย์บนมือถือ M commerce โลกก็จะมีช่องทางการขายใหม่ๆที่พัฒนามากขึ้น จากช่องทางใหม่ๆนี้เองทำให้เกิดโลกาภิวัตน์ทางการค้า และสามารถซื้อขายกันทางไกลแบบไม่ต้องพบตัว การทำงานบางอย่างจะใช้ เครื่องคุยกับเครื่อง M2M แทน โดยเฉพาะงานซ้ำซาก จำเจ และ งานที่เป็นประจำวัน ส่วน การเผชิญหน้า กัน F2F แบบดั้งเดิมก็ยังสำคัญอยู่ เพราะคนยังอยากคุยกับคน และต้องการ Human Touch แต่จะเป็นกิจกรรมที่สำคัญ ๆ เช่น การสาธิต การขาย การนำส่ง ติดตั้ง สินค้า กิจกรรมทั่วไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์คุยกับคอมพิวเตอร์ แทน ใช้คน และให้คนไปทำหน้าที่ที่สำคัญกว่า ระบบ Connectivity คือหัวใจในการทำงาน ระหว่าง ลูกค้า กับผู้ขาย และ ระหว่างฝ่ายต่างๆในบริษัท ให้ทำงานไหลลื่นไม่สะดุด การเชื่อมโยงเครือข่าย ข่าวสารข้อมูลเข้าหากัน หรือ Connectivity ทำให้เกิด ชุมชนของกลุ่มสนใจเรื่อง ต่างๆ หรือCommunity และชุมชนต่างๆเป็นโอกาสทำให้เกิด Commerce ตลาดเชิงพาณิชย์ คนไทยมีมือถือมากกว่าโทรศัพท์ตามบ้านสำนักงาน ถึง 3เท่าตัวเป็น โอกาสให้เกิด ตลาดพาณิชย์ทางมือถือ M commerce

9)สัดส่วนประชากรไทย จะเปลี่ยนแปลง คนสูงอายุจะมากขึ้น นั้นคืออีก 8 ปีข้างหน้า คนไทย 2 ใน 3 จะมีอายุสูงกว่า 40 ปี เนื่องจากการคุมกำเนิดที่ประสพความสำเร็จในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นหมายถึงคนไทยจะมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้น คนจะรักสุขภาพมากขึ้น พวก Health Club สถานที่ออกกำลังกาย นวดแผนไทย สาธารณะสุข และ การ ตลาดย้อนยุค Retro Marketing จะรุ่งเรือง เช่นหนัง ย้อนยุค เพลงย้อนยุค เช่น แฟนฉัน แฟชั่นย้อยยุค เช่น ยีน สมุนไพรไทย ขนมไทย และการกลับสู่ของที่ทำจากธรรมชาติต่างๆ รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยว ในปี 2020 ประชากร เอเชีย 40% จะมีอายุเกิน 60 ปี ดังนั้นตลาด เลี้ยงดูผู้สูงอายุ จะเติบโต หมู่บ้านคนชรา และ ศูนย์สุขภาพ เพื่อรองรับ คนชราจาก ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ จะเกิดขึ้นในไทย เพราะเราเป็นประเทศที่มี Man Land Ratio ที่ได้เปรียบ คือมีพื้นที่ต่อคนยังสูง หรือมีพื้นที่เหลือมาก ค่าครองชีพก็แสนถูก โอกาสตลาดและธุรกิจสำหรับคนในวัยต่างๆเป็นดังตาราง

 

ช่วงอายุและโอกาสธุรกิจในแต่ละวัย

 

 

วัยสูงอายุ   Elderly  60ปีขึ้นไป

Health Care,Provident Fund,Tourism

วัยกลางคน Mid Aged 31-60 ปี

Electronics,Car,Real Estate,Financial Service, Food & Restaurant

วัยรุ่น   Teen 13-30 ปี

Lifestyle, Entertainment ,Game, Pub Fashion,Cosmetics ,มือถือ

วัยจ๊าบ  Tween  9-12 ปี

เพลง  เกมส์  อินเทอร์เน็ต  สวนสนุก  กีฬา    กิจกรรมเรียนเสริมพิเศษ  นอกโรงเรียน

 

วัยสูงอายุ   Elderly  60ปีขึ้นไป
 Health Care,Provident Fund,Tourism
 
วัยกลางคน Mid Aged 31-60 ปี
 Electronics,Car,Real Estate,Financial Service, Food & Restaurant
 
วัยรุ่น   Teen 13-30 ปี
 Lifestyle, Entertainment ,Game, Pub Fashion,Cosmetics ,มือถือ
 
วัยจ๊าบ  Tween  9-12 ปี
 เพลง  เกมส์  อินเทอร์เน็ต  สวนสนุก  กีฬา    กิจกรรมเรียนเสริมพิเศษ  นอกโรงเรียน
 

        ดังนั้นเราจำเป็นต้องดูว่า เราสนใจเจาะตลาดกลุ่มใด แต่เดิมนักการตลาดมือทองจะสนใจเจาะกลุ่ม ก่อนวัยรุ่น เพราะทำให้แบรนด์ดูทันสมัย และ เป็นตลาดที่ลูกค้าเด็กๆสมองยังว่าง อยู่ ที่เรียกว่า Virgin Market นั้นเอง จึงล้างสมองง่าย และ หากสร้างตลาดติด นักการตลาดคิดว่า ลูกค้าจะอยู่กับเขายาวนานกว่า แต่ความคิดนี้อาจจะผิดเสียแล้ว เพราะกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนน้อยลง และ กลุ่มนี้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น และกลุ่มนี้ ติดใจง่ายหน่ายเร็วตามประสาเด็กๆ หากท่านคิดว่าจะเจาะกลุ่มนี้ ท่านต้องปลุกกระแสให้เร็ว และ ธุรกิจท่านต้องเป็นธุรกิจคืนทุนเร็วลงทุนไม่มาก

10) โมเดลธุรกิจ หรือต้นแบบธุรกิจจะต้องเปลี่ยนไป ไม่เพียงแต่ ควบคุมคุณภาพให้เป็นเลิศ แต่ยังต้องตอบสนองเร็วต่อการเปลี่ยนแปลง จาก QC Quality Controlเป็น QR Quick Response ตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการแก้ไขปัญหา สินค้าขาดสต๊อค การให้บริการอย่างรวดเร็ว การแข่งขันธุรกิจจะแข่งกันอย่างน้อยใน 3 มิติ คือ
1. Hardware ของผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ Tangible คุณลักษณะเด่นของ ผลิตภัณฑ์ เช่น รูปลักษณ์สินค้า สีสัน อาคาร ตัวตึกสถานให้บริการ เครื่องมือ อุปกรณ์และชิ้นส่วนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และ การสื่อสาร
2. Software คือ ผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้ เช่น แบรนด์ชื่อเสียง ระบบงาน ขั้นตอนการทำงาน Blueprint Process ในการบริการลูกค้า ระบบการไหลของข่าวสารข้อมูล เช่น ข้อมูลการซื้อการขาย ข้อมูลสต๊อค ระบบที่จะเอื้ออำนวยการปฎิบัติงานให้ลุล่วงอย่างดี Enabler และประสานงานกันอย่างไร้รอยตะเข็บ Seamless
3. People ware คือ ชื่อเสียงผู้บริหาร ความเป็นมืออาชีพของทีมทำงาน ที่พบปะลูกค้า ความสุภาพเรียบร้อย มีมิตรไมตรีของ พนักงานบริการ ความรู้และขีดความสามารถของพนักงาน ทั้งในการให้บริการ และการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว คนจะต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงไปของโลกธุรกิจ ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น หนังไทย มี เป็น 100 เรื่องต่อปี แต่ โรงภาพยนตร์ มีอัตราการรับได้ไม่เกิน 52 เรื่อง ต่อปี หรือ สัปดาห์ละเรื่อง ดังนั้นที่เหลือคือต้องออกขายในรูปแบบ วีซีดีแทน และ เรื่องที่เข้าโรงก็ต้องปลุกกระแสให้ทัน ให้เร็วเพราะมีโอกาสฉายเพียง สัปดาห์เดียวเท่านั้น เทปเพลงและ ซีดี อายุสั้นไม่ถึง เดือน ผลิตภัณฑ์จะมีอายุสั้นลง ยาวกว่าดักแด้แต่ สั้นกว่าอายุสุนัข หนึ่งปีอินเทอร์เน็ตเท่ากับ 3 เดือนหรือหนึ่ง ปีสุนัข Dog Year เท่านั้นหากท่านอยู่ในธุรกิจบันเทิงออน์ไลน์ ถ้าไม่ทำอะไรใน 3 เดือนก็คือถูกทิ้งให้ตกยุคแล้ว ระบบเครื่องถ่ายเอกสารก็เช่นกัน จะเห็นได้ว่า เครื่องปัจจุบันไม่มีเครื่องอนาล็อก ขายแล้ว มีแต่เครื่องดิจิตอล เช่นเดียวกับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลและมือถือ อุปกรณ์ ICT เหล่านี้ล้วนถูกควบคุมโดย ไมโครชิฟ และ เป็นไปตามกฎของ มัวร์ ที่บอกว่า ความเร็วชิฟจะเร็วขึ้น 2 เท่า และ ราคาถูกลงครึ่งหนึ่ง ทุกๆ 18 เดือน สินค้าจะมีราคาตกลงสัปดาห์ละ 2 % ครบปีก็เป็นซากพอดี เช่นเดียวกับธุรกิจบันเทิง แฟชั่น ปัจจุบันหากขายไม่ออก ก็ต้องรีบลดกระหน่ำ เพราะหากกอดสต๊อคไว้ระวังจะตายแบบ ท้องกลม เพราะสินค้าไม่มีราคาเหลืออยู่ เทคโนโลยี การผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ และมาตรฐานใหม่ ขบวนการกรรมวิธีใหม่ หนีกันได้ไม่ไกลไม่เกิน 3 เดือน คู่แข่งก็สามารถตามกันทันได้หมด ขอให้มีเงิน มีความตั้งใจจริง แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ ทรัพยากรบุคคล ความรู้ การเรียนรู้ และ ท้าทายกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง และเอาความรู้ที่รู้ใหม่นั้น มาเปลี่ยนแปลง การกระทำ ในการทำงาน เกิดขีดความสามารถที่ใหม่ ตรงตามที่ลูกค้าต้องการ New Performance เมื่อเกิดขีดความสามารถใหม่เรื่อยจนกลายเป็น ความชำนาญหรือความถนัด Core Competencies เช่น Southwest ต้นแบบสายการบิน Low cost พนักงานจะมีความถนัดในการเล่าเรื่องตลกบนเครื่องบิน No frill No Meal we serve joke เพราะเขาไม่เสิร์ฟอาหาร แต่เสิร์ฟเรื่องสนุกสนานแทน เขาร้องเพลงเรื่องความปลอดภัยแทนการสาธิตที่น่าเบื่อก่อนเครื่องจะออก พนักงาน ดิสนีย์จะเก่งในเรื่องทำให้ลูกค้ามีรอยยิ้มและมีความสุข ความเก่งนั้นต้องเป็นคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ หรือดลใจลูกค้า

สำหรับ ฉบับนี้ คงพอแค่นี้ก่อนครับ ก่อนที่ท่านผู้อ่านจะรู้สึก ปวดเศียร เวียนเกล้า กับเรื่องการตลาดในยุคแห่งอนาคต อันใกล้นี้ ไม่ต้องกลัวครับ เรารู้ก่อน ปรับตัวก่อนได้เปรียบก่อนครับ เหมือน ธนาคารกสิกรไทย รู้ว่า ไทยกำลังเป็นเศรษฐกิจฟองสบู่ ในช่วงก่อนเข้ายุค IMF เขาเตรียมปรับตัวรองรับ ด้วยการทำ รีเอ็นจิเนียร์ ธนาคารเสียก่อน เลยไม่โดนผลกระทบมาก ตามมาด้วยการวัดดัชนีความสำเร็จ และ BSC Balanced Score Card ครับ พบกันใหม่ฉบับหน้า


ไฟล์รูป
22-1.gif
22-3.gif

Bookmark | ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ ที่ปรึกษาวางแผนตลาด

บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น จำกัด
59 ศรีสุวรรณโฮมเพลส 2 หมู่ 2 ซอยสตรีวิทย์ 2 ถนนลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2907-9588, 0-2907-9669, 0-2907-9131 โทรสาร : 0-2907-8941
E-mail : mga01@mga.co.th, seminar@mga.co.th
>> คลิกดูแผนที่ <<


Marketing Guru Association Co.,Ltd. 2001 All Right Reserved.
Google+เพิ่มเพื่อน