ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย




American Retrospective : Films, Music, Automotive and Life-Style (3) (จำนวนเข้าชม 546 ครั้ง)
ให้คะแนนบทความ 0 คะแนน

American Retrospective : Films, Music, Automotive and Life-Style (3)

 

Written by Mr.Manassiri Peuksakondha for
GM Magazine back in 2004

เขียนไว้ถึงตอนที่ Elvis และ Ann มาถึง Texas   ฉากนั้นมีเพลง “The Lady Loves Me” ซึ่งทั้งคู่ร้องร่วมกันระหว่างเกี้ยวพาราสีรอบสระน้ำที่ Ann สอนเสร็จ (ฉากนี้ถ้าใส่ชุดว่ายน้ำที่ด้านหลังเป็น “G-String” จะน่าดูกว่านี้) เพลงเด่นอีกเพลงคือ “Santa Lucia” (ของเดิมอิตาเลียน เวอร์ชั่นเขาใช้แมนโดลิน 8 สายเล่น พอมาเป็น เอลวิสเวอร์ชั่นลูกทุ่งเมมฟิสเลยล่อแบนโจซะเลย) อีกเพลง คือ “Viva Las Vegas” ซึ่งหลายคนคงคุ้นหูดีโดยเฉพาะพวกที่ชอบฟังคุณเทวัญ จัดรายการ หนังเรื่องนี้ฉายปฐมฤกษ์ที่นิวยอร์ควันที่ 20 เมษายน 1964 และส่งไปฉายทั่วโลก มีการออกข่าวว่าทั้งคู่แอบปิ๊งกันนอกจอจะเป็นเพราะเป็นแผน PR หรือของจริงก็ไม่ทราบ อยากรู้คงต้องไปจุดธูปถามกันเอาเอง

ประกบคู่ด้วย “Rebel Without a Cause”

    ชื่อภาษาไทยน่าจะเป็นทำนอง เฮี่ยย่างไม่มีสาเหตุอะไรอย่างนี้ โด่งดังด้วย James Dean เข้าคู่กับ Natalie Wood เทียบกันระหว่าง James Dean กับ Elvis นี่ไปคนละอย่าง Elvis เจาะเข้าผู้หญิงได้เต็มเป้าในขณะที่ James Dean นั้นเป็นขวัญใจจิ๊กโก๋ไอ้กัน เพราะเป็นช่วงยุคพวก The Wild One, Hell’s Angels กำลังโด่งดังซึ่งสังคมวัยรุ่นอเมริกันตอนนั้นต่อต้านสังคม ปลีกตัวเข้าหากลุ่มเล็กๆ เพื่อค้นหาความเป็นอเมริกันแท้ๆ นอกคอก Anti-Heroes รักเสรีภาพ รู้สึกว่าประเทศของตนยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ครั้นเทียบ Ann Margret กับ Natalie Wood จะเห็นว่าในขณะที่คนแรกนั้น “Gorgeous” ออกเซ็กซี่ คนหลังจะดูวางท่าสง่าขรึมและเยือกเย็นกว่าแต่ไม่สวยเท่า

     ในเรื่องนี้ James Dean เป็นวัยรุ่นหัวแข็งตามสไตล์ เป็นตัวแทนความเป็นอเมริกันยุคหลุดกรอบสังคม (Social Outcast) หนังพยายามพล็อตให้ต่างกับพ่อของเขาที่หงอกลัวและแม่ของเขาที่เจ้าอารมณ์ดุร้าย ทั้งคู่ทะเลาะกันประจำทำให้ James Dean เก็บกดต้องออกมาหาสิ่งปลอบใจนอกบ้าน จนพบเพื่อนคู่หู Sal Mineo และออกไปมีเรื่องกับชาวบ้าน ชอบซิ่งรถกับชาวบ้านแม้หญิงสาวจะคอยดึงกลับมาแต่ความเป็นคนประเภทไม่แคร์และต่อต้านฮีโร่ที่สังคมยกย่องทำให้เธอก็ยั้งเขาไม่อยู่

   สิ่งที่แทรกไว้ในแง่ช่วงแห่งแนวความคิด, ลักษณะการใช้ชีวิต จะเป็นว่าหนังเรื่องนี้สะท้อนออกมาชัดเจนว่าเป็น “50’s Anti-Heroes” ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างปลายยุค 40 และต้นยุค 60 กล่าวคือในกลางยุค 40 นั้นอเมริกาเพิ่งชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกฮีโร่คือพวกทหาร   นาวิกโยธิน   นักบินที่กลับมาตุภูมิมาพร้อมกับชื่อเสียงคำยกย่อง   เงินทองจากหน้าที่การงานด้วยมาดบุคลิกลูกผู้ชายชาติทหาร เยาวชนรุ่นถัดไปสิบปีซึ่งมีทั้งน้องๆ และลูกๆ ของพวกตะกี้นี้นะแหละต้องหาจุดเด่นของตัวเองจะไปยืนในตำแหน่งฮีโร่ตะกี้ก็โดน จองโดยสุภาพบุรุษผู้อยู่ในกฎระเบียบเนี้ยบไปแล้ว จุดเด่นที่สร้างง่ายแตกต่างออกมาชัดเจนคือ ทำตัวไปอีกแนวหนึ่ง, ในด้านตรงข้าม เอ็งดีข้าเลว เอ็งเคร่งข้าปล่อย เอ็งเนี้ยบข้าเซอร์ ฯลฯ นี่คือ Identity ของ American ยุค 50 ที่ว่าเชื่อมต่อกับวัยรุ่นยุค 60 ก็เพราะแนวความคิดของ Social Outcast, Anti-Heroes, Rebellious นั้นปูฐานรากให้กับแนวความคิดอิสรเสรีภาพเท่าเทียม (Freedom & Liberality)  ออกปลีกวิเวกเชิงกลุ่ม  ยาเสพติด  บุปผาชน (Flower-People) สิ่งหนึ่งที่เยาวชนอเมริกันยุค 40 และ 50 มีก็คือไม่เอาประเภท “Nice Guy” นั่นเอง

   แต่สิ่งที่เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นยุคไหนก็คือ วัยรุ่นนั้นมาคู่กับความเร็วเสมอ เพียงแต่จะใช้อะไรเป็น คู่ใจเท่านั้น เผอิญหนังสองเรื่องนี้ใช้รถยนต์ ยังมีหนังอื่นที่ใช้มอเตอร์ไซค์ ใช้ม้าใช้เกวียน (พวกหนังเคาบอย) ของบ้านเราใช้เรือ ขี่ควายจีบกันย้อนยุคก็มีเช่นกัน ดูได้จากเพลงเรือเพลงอีแซวและขวัญ-เรียมก็แล้วกัน….จบ

ไฟล์รูป
whittards-long-island-mels-547x176.jpg
ame32.jpg

Bookmark | ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ ที่ปรึกษาวางแผนตลาด

บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น จำกัด
59/42 ศรีสุวรรณโฮมเพลส 2 หมู่ 2 ซอยสตรีวิทย์ 2 ถนนลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2090-2390, 0-2090-2388 โทรสาร : 0-2090-2389#18
E-mail : mga01@mga.co.th, seminar@mga.co.th
>> คลิกดูแผนที่ <<


Marketing Guru Association Co.,Ltd. 2001 All Right Reserved.
Google+เพิ่มเพื่อน