ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย




การเปลี่ยนแปลงโลกนักธุรกิจไทยสู่ ปี2005 (จำนวนเข้าชม 2141 ครั้ง)
ให้คะแนนบทความ 7 คะแนน

การเปลี่ยนแปลงโลกนักธุรกิจไทยสู่ ปี2005 updated on 27/7/2544

            การ เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมธุรกิจในโลกปัจจุบันนั้นรวดเร็วเกินกว่าธุรกิจจะปรับ ตัวได้ทัน บริษัทที่ประสพความสำเร็จยิ่งมาก ยิ่งยึดติดกับวิธีการ วิธีคิด เก่า ๆ เดิม ๆ จนไม่ยอมรับว่ามีการเปลี่ยนแปลง ทั้ง ๆ ที่การเปลี่ยนแปลงของต้นแบบมหภาคนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากมาย

          1. คิดใหม่เสมอ เริ่มจากศูนย์ตลอดอย่างอ้างอิงประสบการณ์ในอดีต ที่ต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งหากเราทำเหมือนเดิม สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนไปแล้ว เราก็จะตกหลังม้า เช่น ยุคหนึ่ง IBM เคยยึดติดกับคอมพิวเตอร์ Mainframe ขณะที่โลกเปลี่ยนมาใช้ PC บริษัทบางบริษัทยังยึดติดกับ PC ขณะที่ในปี 2005 PC จะมียอดขายเพียง 40% อีก 60% ที่ขายจะเป็น Palm, Pocket PC, PDA (Personal Digital Assistance), Mobile Internet โดยสรุปการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นมีดังนี้


           - ตลาดทุน ตลาดเงินที่เปิดเสรี และเป็นระบบโลกาภิวัตน์ทำให้ดอกเบี้ยและค่าเงินลอยตัว แกว่งไปมาไม่นิ่ง รวมถึงการใช้ค่าเงินกลางอย่างยูโร ดอลล่าร์ ที่จะมีผลต่อการค้าใน ยุโรป
           - ข่าวสารที่มีการเคลื่อนย้ายองค์ความรู้แบบเสรี คล่องตัวทำให้ทุกคนรู้เท่ากัน ใครเร็วกว่า ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเร็วคือ ผู้เป็นต่อ รู้ก่อนไม่เป็นต่อ ปรับตัวก่อน ทำก่อน คือ ความเป็นต่อที่แท้จริง Internet Revolution จะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทศวรรษนี้
          - ตลาด การลงทุน เคลื่อนย้ายไปจีน จีนจะเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจแทนญี่ปุ่นในภูมิภาคนี้ ทั้งด้านการผลิต, เทคโนโลยี, ต้นทุนที่ต่ำกว่า บริษัททั้ง สหรัฐฯ, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน ทั้ง อุตสาหกรรมอิเล็คโทรนิค, ฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ต่างเคลื่อนย้ายฐานการผลิตเข้าไปใน จีนแดง จีนแดงจึงมีศูนย์อุตสาหกรรมไฮเทคกว่า 35 แห่ง และเชื่อมโยงหากันผ่าน Broad Band โดยเฉพาะจีนเข้า WTO จะมีผลต่อการส่งออกไทยอย่างมากเพราะสินค้าจีนเป็นคู่แข่งไทยหลายตัวทั้ง เสื้อผ้า, เครื่องหนัง, อิเล็คโทนิค, อาหารแปรรูป

          2. พัฒนามูลค่าเพิ่มหากไม่มีมูลค่าเพิ่มสินค้าจะกลายเป็น Commodity ที่ไม่มีความ
แตกต่างเรายอมรับว่าเศรษฐกิจเราพึ่งพาการส่งออก และการส่งออกสินค้าบนพื้นฐานที่ไม่มีความ มั่นคง เพราะเรามี Import Content ในสินค้าส่งออกสูงถึง 60 - 90% แล้วแต่สินค้า แสดงว่าเราไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มอะไรเลย นอกจากขายตัวขายแรงงาน ไม่มีใส่ความคิดเชิงสร้างสรร ดัดแปลงสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น เป็นเพียงผู้ประกอบชิ้นส่วนที่มีค่าแรงถูก แต่ปัจจุบันค่าแรงงานฝีมือจีนทั้งถูกทั้งดี และการศึกษาดีกว่าแรงงานบ้านเรา ปัจจัยที่ธุรกิจไทยต้องขบคิดคือ จะเปลี่ยนต้นแบบธุรกิจตัวเองใหม่ก่อนไม่มีอะไรให้เปลี่ยนหรือรอคนอื่น / นายใหม่ต่างชาติมาเปลี่ยนแปลงให้ การเพิ่มมูลค่า ดูจะเป็นศัพท์ที่เข้าใจยาก แต่ขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจดังนี้


          - มะขามดิบ มาแปรรูปเป็นมะขามอัดเม็ด ขายได้ราคาสูงขึ้นเก็บได้นาน
          - ต้นอ้อมาจัดเก็บมัดมาทำไม้กวาดจากไม่มีราคาเป็นขายอันละ 25 บาท
          - กะปิมาทำกรรมวิธีเข้มข้น เติมน้ำร้อนทานได้เลยบรรจุถุงฟอลย์เล็กๆ
          - พืชสมุนไพร หาสารละลาย (Solvent) มาสกัดตัวยาแล้วทำ Standardize ให้ปริมาณสารออกฤทธิ์ (Active Ingredient) มีปริมาณความเข้มข้นคงที่ทุกเม็ดทุกซีซี ขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณขาย ทำเครื่องสำอางสมุนไพร, อาหารเสริม และยารักษาโรค
          - หวาย นำมาขึ้นรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ผสมโครงเหล็กเป็นเฟอร์นิเจอร์ทั้งประดับและใช้งาน

          การพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ควรใช้วิธี Copy, Reverse Engineering เพราะญี่ปุ่น, สิงคโปร์, มาเลเซียเคยทำแล้ว และใช้กับอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีสูงที่มีตลาดปลายทางคือ สหัรัฐฯ, ญี่ปุ่นและ 2 ประเทศที่กำลังประสพปัญหาเศรษฐกิจ เราต้องไม่ลอกเลียนแบบ แต่ต้องคิดทำธุรกิจจากแหล่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์และพื้นฐานการเกษตร ป่าไม้ ประมง เหมืองแร่ ว่าเราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและให้เกิดการเชื่อมโยง จากอุตสาหกรรมเล็กไปใหญ่ จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ อาศัยจุดแกร่งของเราเอง บวกกับความคิดสร้างสรรค์ที่เรามีในการออกแบบพัฒนา ซื้อหรือยืมเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามาอำนวยการผลิตหรือประดิษฐ์สินค้า เหล่านี้จะมีตลาดทั่วโลกไม่จำกัดเฉพาะญี่ปุ่นหรือสหรัฐฯเท่านั้น (ปัจจุบันญี่ปุ่นสหรัฐฯคิดเป็นตลาดส่งออกของไทยกว่า 36% ของยอดส่งออก)

          3. เราต้องพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ให้แข็งแรง


          - ชุมชนของลูกค้าหรือผู้ซื้อที่เข้ามาซื้อหรือมาแวะชมเที่ยวที่งาน, ที่ร้าน, ใน Web Site ของเรา
          - ชุมชนของผู้ผลิตที่ทำมาจากภูมิปัญญาพื้นบ้านแล้วพัฒนาเป็นวิสาหกิจระดับ ชุมชน ระดับเล็ก กลาง จนถึงใหญ่ ไม่ลอกเลียนต้นแบบมาเลเซีย สิงคโปร์ แต่มีต้นแบบพัฒนาจากเกษตรอุตสาหกรรมของเราเอง ใช้เทคโนโลยีทาง New Economy เข้ามาช่วยในการจัดซื้อ หาตลาดใหม่
          - ชุมชนของผู้ลงทุน นักธุรกิจทั้งในและต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมทุน (Joint Venture) ให้ทุนสำรองล่วงหน้าในรูปกองทุนร่วม (Venture Capital) ผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และซื้อหุ้นกู้ พันธบัตรต่าง ๆ เพื่อเป็นแหล่งเงินทุน เงินกู้สำหรับเงินทุนของกิจการ
          - ชุมชนจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ เกิดการเชื่อมโยงให้คุณค่าแก่กัน การเชื่อมโยง (Connectivity) ทำให้เกิดชุมชน (Community) และชุมชนทำให้เกิดการขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ (Commerce)

          4. ธุรกิจไทยต้องปรับตัวไม่ให้ต้นแบบธุรกิจตัวเองผุพังได้ โดยต้องลอกคราบสม่ำเสมอ
ยอมรับการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นโอกาส เมื่อก่อนการปรับตัวตามโอกาสต่าง ๆ อาจใช้เวลานาน แต่ปัจจุบันไม่มีเวลาแล้วเราต้องปรับตัวให้เร็วทันต่อเหตุการณ์


          - ปี 1980 ญี่ปุ่นมีโอกาสพัฒนาคุณภาพ ใช้เวลา 10 ปี ในการตีตลาดโลก
          - ปี 1990 ต้น ๆ ยุโรปมีการปรับตัว รวมกลุ่มก้อนประเทศคู่ค้า และเปิดตลาดเสรี บริษัทมีโอกาสปรับตัวในการร่วมทุนกับยุโรปเพียงช่วง 2 - 3 ปี
          - ปลายปีช่วง 1990 เกิดวิกฤตการณ์การเงินในเอเชีย บริษัทในเอเชียปรับตัวเป็นพึ่งพาการส่งออกเป็น New Economy ภายใน 1 - 2 ปี โดยเกาหลี, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ฟิลิปินส์ได้ปรับตัวอย่างรวดเร็ว
          - Internet Revolution จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตลาดและ Supply Chain ใน ลักษณะที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้น รวดเร็วในการตอบสนองต่อความ ต้องการลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โอกาสที่เปิดให้เห็นการเปลี่ยนแปลง อาจกินเวลาเพียง 1 สัปดาห์ หรือ 1 วัน หากธุรกิจไม่เคลื่อนไหวเร็วจนสามารถ ฉกฉวยโอกาสที่เกิดขึ้นได้ทัน ธุรกิจก็จะตกยุค ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จนต้นแบบธุรกิจผุพัง กลยุทธ์เก่า ๆ ใช้ไม่ได้ผลจนตัวคุณเองตั้งตัวไม่ติด

หัวใจธุรกิจไม่ใช่ ระวัง => เตรียมตัว => เล็ง => ยิง หัวใจธุรกิจใหม่ คือ เล็ง => ยิง => ดูผลแล้วปรับ => เล็งยิงใหม่ นั่นคือขบวนการจะต้องรวดเร็วทันใจ กินเวลาน้อย ไม่พล่ามมาก พูดน้อยต่อยมาก

          5. บริหารคนโดยใช้ศักยภาพของเขาหรือลูกน้องอย่างเต็มที่
Head - ใช้สมองลูกน้อง อย่าคิดแทนเขา ให้เขากล้าตัดสินใจ
Hand - ใช้ฝีมือลูกน้อง อย่าลงมือทำ Get the Job done through Other People
Heart - ให้หัวใจลูกน้องโป่งพอง มีความมั่นใจ และเห็นความสำคัญของงานที่ ตัวเองทำอยู่

          การบริหารที่ดี คือการบริหารให้น้อย ไม่ควบคุมมาก, ไม่ติดกับงานอนุมัติและเอกสาร เพื่อให้เรามีเวลาเหลือไปคิดในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า เช่น ทิศทางธุรกิจ พัฒนาต้นแบบธุรกิจใหม่ ต้องให้ลูกน้องคิดเป็น ทำเป็น และรักองค์กร รักความก้าวหน้า เราก็จะสบาย เมื่อเราลดขั้นตอนการทำงาน ลดขนาดองค์กร เราจะพบว่า การสื่อสารดีขึ้น การทำงานเร็วขึ้น ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงไวขึ้น และพนักงานที่ทำหน้าที่กลั่นกรองก็น้อยลง เสียเวลาน้อยลงกับรายงานและงานเอกสารไร้สาระ เราจะต้องลดขนาดเพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น แล้วดึงคนมาทำงานจริง ๆ แทนทำแต่งานด้านเอกสารเราต้องเพียงแต่ให้แนวทาง, ให้เครื่องมือ, เงิน และคนทำงานที่เขาต้องการ แล้วรอ ดูผลลัพธ์ ง่ายใช่ไหม ผู้บริหารที่ดีต้องทำตัวเป็นพี่เลี้ยง คอยช่วยเหลือให้กำลังใจ ฝึกอบรมสอนงานห่าง ๆ ให้โอกาสลูกน้องกล้าท้าทายในการทำสิ่งใหม่และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ไม่ใช่ทำตัวเป็นผู้จัดการ ผู้รอบรู้ที่เอาแต่คอยควบคุม, ออกคำสั่ง, ดูแลใกล้ชิด, ขอเอกสาร รายงานมาก ๆ ทำให้ลูกน้องรู้สึกต่ำต้อย ไร้ความสามารถ จะได้ปกครองง่าย ๆ

          6. พัฒนาโครงการนำร่องในองค์กร และสร้างเวทีเปิด หรือ เวทีเสรีทางความคิดในการพัฒนาธุรกิจหรือต้นแบบใหม่ โดยพนักงานทุกระดับและทุกแผนก ไม่จำกัดขอบเขตเฉพาะฝ่ายวิจัยพัฒนา (R & D) หรือในห้องทดลองเท่านั้น กระแสการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จะก่อให้เกิดการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกระแสการเข้าตลาดจีน, อินเทอร์เน็ต, การพัฒนาทางการเงินเอเชียที่ถอยหลังเข้าคลอง ค่าเงินอ่อนตัว 15 - 20% ในรอบปีที่ผ่านมา การตกต่ำของ มาเลเซียและสิงคโปร์ เพราะอิงกับ New Economy และตลาดสหรัฐฯ มากจนเกินไป เราต้องพัฒนาธุรกิจจากพื้นฐานของเราที่ไม่อิงตลาดสหรัฐฯ ญี่ปุ่นและลดการพึ่งพาการนำเข้าทั้งวัตถุดิบและเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ ที่แพงเกินเหตุ โดยดูว่าเราสามารถพัฒนาเองได้หรือไม่

          เราจะฉกฉวยโอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลงมาเป็นโอกาสในการพัฒนาธุรกิจใหม่ ๆ ได้อย่างไร โดยยังอาศัยความถนัดเชี่ยวชาญเดิม การคงไว้ซึ่งคุณค่าและวัฒนธรรมเดิมขององค์กรและประเทศไทย พนักงานที่มีหัวคิดล้าหลังยึดติดกับพิธีการขั้นตอนและสูตรสำเร็จเดิม ๆ ไม่มีส่วนรวมกับการสร้างคุณค่าและวัฒนธรรมขององค์กร จะต้องถูกปลดออกและถือว่าพวกบ่อนทำลายองค์กร แต่พนักงานที่มีคุณค่าร่วมและท่าทีสองคล้องกับวัฒนธรรมองค์กรจะได้รับโอกาส ในการแก้ตัวเมื่อทำงานพลาด

          7. พัฒนา ความเชี่ยวชาญใหม่ ให้เกิดขึ้น New Core Competencies ซึ่งจะมีความสำคัญในช่วงการปรับเปลี่ยนและการพลิกโฉมองค์กร โดยผู้นำจะต้องเปลี่ยนท่าทีจากการล่วงลูกงานประจำวัน เป็นการบริหารงานโดยอาศัย ผู้นำฝ่ายเป็นคนทำ และผู้นำต้องสนใจต่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงภายนอก และสื่อสารการเปลี่ยนแปลงนั้นมาสู่ลูกน้อง หรือคนภายในองค์กร ผู้นำต้องกำหนดทิศทางธุรกิจให้ชัดเจน ว่าจะไปทางใด วัฒนธรรม และคุณค่าร่วมขององค์กรควรเป็นอะไร เช่น เปิดโอกาสให้ลูกน้องคิดและทำเอง, ลูกค้ามาก่อนเรื่องอื่นไว้ทีหลัง, สร้างฐานตลาดก่อนคำนึงถึงกำไร, ขายของสู่ตลาดวงกว้างไม่ขายของแพงหรือขายภาพพจน์, แต่บางบริษัทอาจเน้นการสร้างภาพและแบรนด์เป็นหลักและเจาะตลาดส่วน Niches


           -Microsoft เน้นยึดติดกับระบบปฏิบัติการ Window และนำไปเสนอต่อลูกค้าทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น เครื่องตั้งโต๊ะ มือถือ เครือข่ายองค์กร ขณะที่ Cisco เน้นการเปลี่ยนอุปกรณ์และบริการซอฟแวร์ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย
           -Dell เน้นลดต้นทุนเพื่อลดราคาคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และยึดติดกับตลาดนี้เป็นหลัก เน้นความเป็นผู้นำในตลาดตั้งโต๊ะและการขายตรงถึงมือลูกค้าไม่สต๊คสินค้า ขณะที่ COMPAQ ได้ขยายสายผลิตภัณฑ์เข้าสู่ คอมพิวเตอร์มือถือ ipaq และการให้บริการระบบเครือข่ายหรือ Server มากขึ้น และเน้นขายผ่านตัวแทนจำหน่าย
          -Fedex เน้นการส่งของข้ามคืน โดยเน้นระบบปฏิบัติการ ที่ตนเองเป็นเจ้าของทั้งหมด ในขณะที่ UPS เน้นการให้บริการโดยใช้ทรัพยากรของพันธมิตรหรือเครือข่ายธุรกิจ แทนการเป็นเจ้าของรถบรรทุกขนส่ง หรือเครื่องบินเอง แต่เน้นขาย Franchise และแต่งตั้งพันธมิตรลูกข่ายแทน

          จะเห็นว่าผู้นำจำเป็นต้องกำหนด ทิศทางธุรกิจ, วัฒนธรรม, คุณค่า และการปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลงภายนอก ที่ต้องการ วัฒนธรรม และคุณค่าใหม่ของธุรกิจ


 


Bookmark | ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ ที่ปรึกษาวางแผนตลาด

บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น จำกัด
59/42 ศรีสุวรรณโฮมเพลส 2 หมู่ 2 ซอยสตรีวิทย์ 2 ถนนลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2090-2390, 0-2090-2388 โทรสาร : 0-2090-2389#18
E-mail : mga01@mga.co.th, seminar@mga.co.th
>> คลิกดูแผนที่ <<


Marketing Guru Association Co.,Ltd. 2001 All Right Reserved.
Google+เพิ่มเพื่อน