ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย




การตลาดสู่ยุคสร้างสรรค์ไม่ใช่ยุคสร้างภาพ (Creative Marketing) ตอนที่ 1 (จำนวนเข้าชม 8753 ครั้ง)
ให้คะแนนบทความ 6.5 คะแนน

การตลาดสู่ยุคสร้างสรรค์ไม่ใช่ยุคสร้างภาพ (Creative Marketing) ตอนที่ 1
โดย อ.ชูศักดิ์ เดชเกรียงไกรกุล


 พบกันอีกครั้ง ฉบับนี้เป็นการแนะนำกระแสกลยุทธ์การตลาดใหม่ ล่าสุดคือการตลาดแบบสร้างสรรค์ แต่ก่อนอื่นต้องขอกล่าวถึงการตลาดยุคเดิม หัวใจความสำเร็จจะอยู่ที่ การปลุกกระแสการรับรู้ให้ได้อย่างเร็ว การกระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากที่สุด ยึดหัวพื้นที่ตำแหน่งในร้านค้าที่ดีมีคนเห็นเช่น หน้าร้าน หัวพื้นที่Shelf จูงใจให้เกิดการทดลองฟรี และ ซื้อง่ายด้วยรายการส่งเสริมการขายที่แรง เช่น ลด 20% มีของแถมพิเศษ ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง เป็นต้น ขบวนการ แบบเดิมจะเริ่มจาก มีแนวคิดสินค้าใหม่ แล้วก็วิจัยพัฒนา ผลิต แล้วค่อยหาตลาดและช่องทางการขายทีหลัง ขบวนการแบบนี้คือขบวนการแบบเส้นตรงทำจากต้นน้ำสู่ปลายน้ำเป็นขั้นที่ละขั้น แต่ปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงหลักๆที่ทำให้การตลาดและธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันคือ

      1.การพลิกโฉมหน้าธุรกิจกินเวลาสั้นกว่าเดิม ปัจจุบัน ภาพยนตร์ มีอายุฉายในโรงเพียง 7-10 วัน เพลงมีโอกาสติดตลาดเพียง 1 เดือน หนังสือมีโอกาสโชว์ตัวหน้าร้านเพียง 1 สัปดาห์ แฟชั่นเปลี่ยนจากออกเป็น Collection เช่น หน้าร้อนSpring/Summer หน้าหนาวAutumn/Winter เป็นผลิต 12,000 แบบต่อปี ใช้เวลา 10 วันตั้งแต่ออกแบบจนถึงเป็นตัวสำเร็จรูปพร้อมขาย เครื่องถ่ายเอกสารจากระบบ อนาล็อกเข้าสู่ระบบดิจิตอลทำได้หลายหน้าที่ทั้ง ถ่ายเอกสาร พิมพ์งาน แฟกซ์ อีเมล์ กล้องจากระบบฟิล์มเปลี่ยนเป็นกล้องดิจิตอล เพลงกำลังจะเปลี่ยนจากเทปคลาสเซ็ท และ ซีดี เป็น MP3 เราพอสรุปยุคหรือการหน้าของประวัติศาสตร์มีการพลิกเปลี่ยนไปในด้านกลยุทธ์นั้นกินเวลาสั้นลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงจะเร็วขึ้นธุรกิจต้องปรับกลยุทธ์ให้ทัน
    - เราจะเห็นว่าจากยุคMass การผลิตแบบอุตสาหกรรมปริมาณมากๆ สู่ยุคคุณภาพของญี่ปุ่นใช้เวลากว่า 20 ปี
    -จากยุคคุณภาพสู่ยุคสร้างนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ R&D เน้นการออกแบบ Design ใช้เวลาเพียง 10 ปี ทุกบริษัทต่างเน้นการออกผลิตภัณฑ์ลูกหลาน เหลน โหลน เต็มไปหมด
    - จากยุคพัฒนาความต่างด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ สู่ยุคบริการService สนองความพอใจลูกค้าที่เป็นเลิศ ใช้เวลาเหลือ 5 ปี ทุกบริษัทเน้นบริการสู่ความเป็นเลิศ บริการทุกระดับประทับใจ พอใจ บริษัทเน้นการวัดความพึงพอใจลูกค้า
     -จากยุคบริการService เข้าสู่ยุค บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าCRMใช้เวลา 3 ปีทุกบริษัทหันมาสร้างลูกค้าขาประจำและแฟนพันธุ์แท้เต็มไปหมด มีฐานข้อมูลลูกค้ามีบัตรสมาชิก เที่ยว ดื่ม กิน ช็อป บ่อย
     -จากยุคบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าสู่ยุคบริหารประสบการณ์ลูกค้า Experience Management กินเวลาเพียง 1 ปี เน้นสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ที่ลูกค้าไม่เคยได้รับให้ลูกค้า
 
      2.ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงความต้องการลูกค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การตอบสนองลูกค้าต้องเป็นไปอย่างรวดเร็ว sense and response จนเกิดบวนการ Quick Response-QR ซึ่งก็คือ ตอบสนองต่อความต้องการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว สมมุติว่าลูกค้าสั่งสินค้า แล้วขอข้อแนะนำจากเรา และขอออกแบบด้วยตัวเอง แล้วให้เราผลิตให้ได้ภายใน 10 วัน ต่อมาลูกค้าก็ขอแก้ไขแบบ แต่เราก็ยังคงต้องส่งของให้ทันตามเดิม เช่นเปลี่ยนสี เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ เปลี่ยนส่วนผสมใหม่ ความเสี่ยงคือเราต้องทำงานอย่างรวดเร็วในการตอบสนองลูกค้า ขณะที่จะต้องมีความยืดหยุ่นสูงในการ ตอบสนอง เช่น Dell จะผลิตคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตามคำสั่งซื้อเฉพาะลูกค้าเป็นรายๆไป เครื่องสำอางผลิตสูตรเฉพาะให้ลูกค้าขึ้นกับสภาพผิวของลูกค้า และการใช้ชีวิตประจำวันลูกค้าว่าอยู่นอกอาคาร หรือทำงานในสำนักงานนั่งอยู่กับที่ นอนดึกชอบเที่ยวกลางคืน ขณะเดียวกันหน้าร้านที่ขายสินค้าแต่ละจุดจะรู้ว่าสินค้า ขนาด สี รสชาติ กลิ่นใด ขายดี ไม่ดี มีการโยกย้ายสินค้า ระหว่างหน้าร้าน ไม่ให้มีสินค้าขายหรือ สินค้าที่เป็นสต๊อกที่ขายไม่ได้คงค้างอยู่นาน และพนักงานหน้าร้านจะรู้ว่าสินค้าอะไรขายก็จะสั่งเฉพาะสินค้าที่ขายได้ สต๊อกก็ไม่บวม ปัญหาที่ผมพบในระดับการใช้งานคือ ซอฟแวร์ที่มีอยู่ไม่ทันสมัย หรือแต่เดิมไว้ใช้ในการควบคุมสต๊อคสินค้าและทางบัญชี จึงใช้ประโยชน์ได้น้อยกับการตลาดซึ่งมีการใช้งานข้อมูลในรอบที่รวดเร็วรู้ผลนาทีต่อนาที แทนที่จะเป็นรอบเดือนแบบระบบบัญชี และข้อมูลที่มีอยู่เดิม ในระบบบริหารสต๊อก Inventory Management จึงไม่สามารถตอบโจทย์ทางการตลาดที่มีลักษณะเคลื่อนไหวเร็วโต้ตอบเร็วได้ ข้อมูลเดิมเองก็ไม่สามารถนำมาปรับแต่งให้เข้ากับระบบฐานข้อมูลใหม่ ข้อเสนอแนะผมคือ ซอฟแวร์ที่ท่านใช้ต้องคืนทุนใน 18 เดือน และพร้อมที่จะปรับปรุง Upgrade หรือ ปรับเปลี่ยนไปเลย เป็นตัวใหม่โดยนำข้อมูลเดิมมาเข้าระบบใหม่ได้ทันที อย่ามัวมะงุมมะงาหรา อยู่เพราะคนอื่นเขามีข้อมูลสถานการณ์ตลาดที่ทันสมัยกว่าท่าน การตัดสินใจคู่แข่งย่อมดีกว่าท่าน เพราะข้อมูลที่ท่านมีอยู่มันเป็นอดีต ในขณะที่ข้อมูลคู่แข่งมีเป็นปัจจุบัน 
    

      3. Low cost การลดต้นทุนให้ต่ำเพื่อขายให้ได้ราคาต่ำกินตลาดวงกว้าง Mass เช่น Low cost Airline ใช้เครื่องบินมือสองลำเล็กและบรรจุผู้โดยสารให้เต็มลำซึ่งแน่นอนผู้โดยสารที่มาก่อนก็ต้องรอ และใช้พนักงานน้อยกว่าสายการบินราคาปกติ ไม่เสิร์ฟอาหารบนเครื่องบินเพื่อลดพนักงานบนเครื่องและลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับอาหาร การจัดการ เรื่องอาหารที่ยุ่งยาก หรือกรณีการขายผ่านหน้าร้าน หน้าร้านจะบริหาร สต๊อกต่ำสั่งเฉพาะสินค้าที่ขายได้และสั่งน้อยๆแต่สั่งบ่อยๆ เช่น ร้านแฟชั่นZARA จะมีสต๊อกสินค้าต่อแบบต่อสีต่อไซด์เพียงอย่างละตัวเท่านั้น และจะสั่งชดเชย สต๊อกที่ขายไป สัปดาห์ละ 2 ครั้ง คำสั่งซื้อจะถูกรวมจากทุกร้านและส่งไปยังศูนย์รับคำสั่งซื้อ และทำการผลิตกลับมาภายใน 7วัน ลดขั้นตอนการทำงานลงเพื่อให้ทำงานได้เร็วขึ้นมีประสิทธิภาพสูง ขั้นตอนไหนทำร่วมกันได้ ใช้ชิ้นส่วนประกอบร่วมกันได้เป็นการลดต้นทุนผลิตและสต๊อกชิ้นส่วนในขณะผลิตไปในตัว ลดข้อยุ่งยากในการทำงานเช่นต้องมีการรายงาน การประชุม การรออนุมัติ ตัดสินใจจากฝ่ายจัดการก่อนดำเนินการได้ ในอนาคต GE จะลดพนักงานระดับกลางลงเหลือเพียง 20% เพราะอะไร เพราะเขาจะลดข้อยุ่งยากจากการต้องผ่านตัวกลางตัวกรอง ซื่งบ่อยครั้งตัวกลางตัวกรองทำให้งานล่าช้าและไปผิดทาง โดยบริษัทต่างๆจะใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาจัดการบริหารและสื่อสารไปยังผู้ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว 
 

      4.ตลาด Mass จะกลับมาในรูปแบบใหม่ ตลาด Niche จะสูญหายไป เมื่อก่อนธุรกิจเกิดใหม่จะหาช่องว่างตลาดและทำการตลาดแบบNiche เพื่อสร้างความแตกต่างจาก ยักษ์ใหญ่ นิชคือภูมิคุ้มกันธุรกิจ แต่เมื่อธุรกิจใหญ่ลงมาเล่นตลาดเอง โดยทำให้ง่ายขึ้นด้วยการลดลูกเล่นที่มากเกินไป และให้ราคาถูกลงทุกคนเป็นจ้าของได้ เช่น เมื่อก่อน สตาร์ซ๊อคเกอร์จะมีเสื้อกีฬาชุดจริงทีมสโมสรนำเข้าขายอยู่ราว 2,500 บาท ปัจจุบันจะเห็นร้านอื่น ซุ้ม Addidas Nike ก็มีเสื้อสโมสร (Officialเหมือนกัน) ขายในราคาถูก 950 ,450 บาท เป็นเสื้อใส่ซ่อม ใส่เที่ยว คอโปโล คอกลม Nikeเองก็ต้องลดราคาสินค้าลงเพื่อแข่งขันกับ Addidas มิฉะนั้น Addidas ก็จะครองตลาด เพราะสินค้าคุณภาพเดียวกันแต่ราคาถูกกว่า แม้ Nike จะลงทุนสร้างแบรนด์มากมายแต่ภาพพจน์อย่างเดียวก็มิได้เป็นตัวที่เรียกร้องราคาได้มากมายเหมือนแต่ก่อน มือถือมีราคาถูกลงมาเรื่อยๆ ตลาดวงกว้างคือมือถือใช้โทรอย่างเดียวไม่มีลูกเล่นมากราคา 2,000-5,000 บาท ไม่ใช่เป็น 60,000 บาทเหมือนเมื่อมีมือถือใหม่ๆ ยุคนั้นใครมีถือว่าเป็นเศรษฐีที่เดียว ไวท์นอกราคา 300-450 บาทเป็นตลาดที่ใหญ่ ในขณะไวน์ไทยราคา 250-420 บาท ท่านคิดว่าลูกค้าจะเลือกกินไวน์ของใครมากว่ากัน เช่นเดียวกับตลาดวิสกี้ไทย 3 ปีที่ตายไป เมื่อเทียบกับวิสกี้นอก 3 ปี ลูกค้ายอมจ่ายสูงขึ้นแต่ได้ทานของนอกมีภาพพจน์ดีกว่า วิสกี้นอก มีทั้งบ่ม 12 ปี 8ปี 5 ปี 3 ปี ในราคาต่างๆกัน ที่เห็นได้ชัดคือ 30 บาทรักษาทุกโรค ทำให้ตลาดดูแลสุขภาพต้องเปลี่ยนเกมส์จากนิช Niche มาสู่ แมส Massทันที ทั้งยาที่ผลิต อุปกรณ์แพทย์ คลินิก ร้านขายยา หันมาขายถูกต่ำกว่าราคาป้าย ใครรวยก็เข้าโรงพยาบาลเอกชนที่มีอัตราค่ารักษาแพง ต่อครั้ง 900-1,200 บาท พวกประกันสังคม หรือ บัตรทองก็ต้องรักษาในพื้นที่แยกต่างห่างของโรงพยาบาล ยาและแพทย์ที่จัดให้ก็ไม่เหมือนกับ รักษาแบบเก็บเงิน เป็นเรื่องปกติ มาดูวงการแฟชั่นใครที่ขายดี Giordano แฟชั่นสไตล์เรียบง่ายใส่ได้หลายโอกาส ใส่ได้เรื่อยๆ ราคาไม่แพงประมาณ 450 บาท แถมมีเส้นใย Lycra อีก FQ&L, AIIZ เน้นตลาดวงกว้าง สินค้าเรียบง่าย ไม่ดีไซน์จัดจนคนธรรมดาไม่กล้าใส่ เอาเทรน์มาทำให้ง่ายลดทอนลูกเล่น แต่ให้มีเอกลักษณ์เป็นแบรนด์ตัวเอง วงการเสื้อผ้าแฟชั่นเชื่อว่า หากแบรนด์ใดเน้นกระแสแฟชั่นรุนแรงจนล้ำสมัยเกินไปจะได้ตลาดนิช แต่ยุคของตลาดนิชกำลังเสื่อมและถดถอยไป ยังมีหลายตัวอย่างเช่นแว่นกันแดดมีดีไซน์ราคาถูก ประกัน บ้าน คอมพิวเตอร์เอื้ออาทร ที่อออกมาแล้วทำให้ธุรกิจต้องปรับตัวมีผลิตภัณฑ์ราคาถูกไปสู่ในตลาด Makro, Lotus, BigC และดิสเคาน์สโตร์ มีส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีกมากกว่าห้างสรรพสินค้า ของสินค้าจากจีนกำลังจะมาด้วยเกมส์ราคา ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่น มอเตอร์ไซด์ เครื่องจักรกล คอมพิวเตอร์ คาถาที่ต้องท่องให้ขึ้นใจ คือ เรียบง่าย แต่มีเอกลักษณ์ ราคาถูก ถึงเวลาปรับตัวแล้ว 

     5. Dynamic Price สามารถกำหนดราคาแตกต่างกันผันแปร ตามโอกาส สถานที่ และความต้องการตลาด เช่น วันธรรมดาลูกค้าน้อยก็จะมีลดพิเศษจูงใจเพื่อเรียกคน หรือกรณีมีคนสั่งซื้อรวมคำสั่งซื้อกันเพื่อต่อรองขอส่วนลดปริมาณ Volume Discount เช่น มีเว๊ปไซด์ที่คนรวมคำสั่งซื้อ คอมพิวเตอร์และมือถือ โดยรวมกันสั่งเป็นก้อนโต คำสั่งซื้อเปิดไปเรื่อยๆและเมื่อมีปริมาณเครื่องสั่งซื้อมากขึ้นขณะที่ราคาที่ผู้ผลิตให้ก็ลดลงมาตามลำดับ หรือลูกค้าแต่ละกลุ่มจ่ายราคาต่างกันเช่น สมาชิกจ่ายในราคาลด 10-20% จัดรายการได้ส่วนลดเพิ่มพิเศษอีก 5% เหนือลูกค้าทั่วๆไป หรือวันที่มีคนมาก ก็อาจมี Priority ลูกค้าใครอยาก ทีออฟรายแรก ก็จ่ายแพงกว่าคนอื่น ใครอยากขี่เบนซ์รุ่นใหม่ก่อนใครก็ต้องยินดีจ่ายแพงกว่าเป็นค่าเท่ห์ก่อนคนอื่นๆ ใครอยากได้บริการก่อนใครก็ต้องยอมจ่ายค่าพรีเมียม หรือกรณีงานแสดง คอนเสิร์ต ภาพยนตร์ หรือ เข้าชมกีฬา ใครนั่งใกล้ชิดติดขอบก็ต้องจ่ายแพงกว่าคนอื่น หรือใครอยากได้ห้องพัก Sea view ติดชายหาดก็ราคาแพงกว่า แต่ไม่ต้องแถม คลื่นยักษ์ซึนามิ ก็ต้องยอมจ่ายแพงจริงไหม

     6.Realtime /Virtual Organization ธุรกิจจะต้องสามารถปรับเปลี่ยน ราคาตามสถานการณ์ได้ทันที ราคาน้ำมัน ราคาหุ้น ดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนบาทเทียบกับดอลลาร์ ราคาทองคำ ราคาพืชผลทางการเกษตรนั้นผันแปรตลอดเวลาตามราคาตลาด ดังนั้นทุกการเปลี่ยนแปลงราคาย่อมมีผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า สำหรับกรณีสินค้าที่วิ่งเร็วเปลี่ยนแปลงเร็ว เช่นคอมพิวเตอร์และแฟชั่น บันเทิง ราคาสินค้าราคาจะลงเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2% ดังนั้นสินค้าพวกนี้ต้องลดราคาเร็ว เพราะหากสินค้าตกรุ่นก็จะไม่เป็นที่ต้องการตลาด ดังนั้นสินค้ารุ่นใดเริ่มขายไม่ออกจะลดราคาลงมาทันที Realtime Stock Markdown การจัดรายการส่งเสริมการขายตามประวัติการซื้อลูกค้าเช่น Top Supermarket ลูกค้าก่อนเข้าห้างเอาบัตรสมาชิกเสียบเข้าตู้ๆจะพิมพ์รายการสินค้าลดราคาพิเศษให้ตรงกันความต้องการซื้อเฉพาะรายของลูกค้า แนวคิดนี้ ก็คือ Realtime coupon ร้านสุกี้ และอาหารญี่ปุ่น รับคำสั่งอาหารลง Handheld มือถือ และส่งคำสั่งเข้าไปในครัว ครัวก็ทำอาหารตามสั่งส่งที่โต๊ะได้ และหากลูกค้ามีบัตรสมาชิก พนักงานก็จะรู้ใจลูกค้าว่าลูกค้าเคยสั่งอะไร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร เช่น โต๊ะนี้อาหารต้องไม่เผ็ค แต่รายนี้ชอบอาหารรสจัด อาหารจานโปรดที่ต้องสั่งทุกครั้ง พนักงานสามารถแนะนำได้อย่างรู้ใจ และยังสามารถวิเคราะห์ความต้องการลูกค้าจากประวัติการสั่งอาหารในอดีตที่ผ่านมา และสิ่งที่สำคัญ คือ Realtime Pricing การกำหนดราคาจะไม่คงที่ตายตัวแต่จะผันแปรตามจังหวะโอกาส ดังกล่าวมาแล้ว คนในองค์กรเองก็ต้องปรับตัว อย่างรวดเร็วสามารถ ใช้ Realtime Information มาประมวลรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และตัดสินใจได้ถูกตรงประเด็น ก็จะสามารถสร้าง Realtime Knowledge และ Intelligence ได้ การตัดสินใจของเรามักจะอิงอยู่ 4 อย่าง คือ 
     - Past Experience ตามประสบการณ์เดิมที่สะสมมา แต่ความรู้นั้นอาจไม่ทันสมัย
     - Feeling/Assumption อาศัยความรู้สึก และ สมมุติฐานล่วงหน้า พวกที่ตัดสินใจถูกต้องมักมี สัมผัสพิเศษ แต่เราเป็นคนธรรมดาเดินดิน การตัดสินใจวิธีนี้เป็นความสามารถพิเศษหากลอกเลียนแบบ เพราะหากท่านทำไปก็มีแต่เจ๋ง กับ เจ๊า
     - อาศัยข้อมูล Information มาประกอบการตัดสินใจ จากข้อมูลการเปลี่ยนแปลง ที่รวดเร็วของ ตลาด การแข่งขัน ความต้องการผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป เราจะต้องนำข้อมูลใหม่สดนี้มาประกอบการตัดสินใจ ข้อมูลปีที่แล้วรอบขายที่แล้วอาจเป็นแนวทางให้ได้เช่นอะไรขายดี ลูกค้าชอบอะไร แต่ข้อมูลปัจจุบันจะสำคัญที่สุด อย่าลืมฐานข้อมูลนั้นมีชีวิตไม่นิ่ง อย่ากินของเก่าเดิมๆ เพราะท่านจะถูกเรียกว่าเคี้ยวเอื้อง 
     - อาศัยความฉลาดและความรอบรู้ จากข้อมูล ความรู้ ประสบการณ์ และ การระดมสมอง ผ่าน เครือข่ายnetwork เครือข่ายในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่เป็นเครือข่าย การทำงาน เป็นทีม ช่วยกันเสริมแรงคิดแรงกระทำกัน เข้าถึงข้อมูลและความรู้ซึ่งกันและกันอย่างพร้อมเพรียงกัน แจ็คเว็ล อดีต CEO GE บอกว่าหากผู้บริหารมีข้อมูล และความรู้ที่เท่าเทียมกัน เขาเชื่อว่าการตัดสินใจจะออกไปในทิศทางเดียวกันและส่งเสริมกันเป็นทีม อย่าลืมว่าแจ็ค เว็ลเป็น CEO อยู่ถึง 20 ปี และสร้างสรรค์การตัดสินใจที่ชาญฉลาดด้วยวิธีการนี้ เพียงอาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการติดต่อเข้าถึง คนเก่งในองค์กรและ พันธมิตรเครือข่าย

           ดังนั้นการกำหนดกลยุทธ์ตลาดปัจจุบัน มิใช่อาศัยแค่ความประสบการณ์เก่าๆในอดีต Past Experience หรือแค่ความรู้ทั่วไปพื้นๆ Knowledge เช่น 4Ps การตัดสินใจทางการตลาดต้องอาศัย Intelligence ซึ่งนำความรู้มาผสมกับข้อมูลสถานการณ์จริงจนเกิด ภูมิปัญญาทางการตลาดจนเกิดจิตสำนึกที่เป็นปัจจุบันรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Quick response-QR ด้วยการทำงานเป็นทีมและเครือข่าย ขบวนการธุรกิจจะเปลี่ยนไป จากขบวนการเส้นตรง Linear ต้นน้ำ สู่กลางน้ำ และปลายน้ำ จะเป็น Multi Tasking ทำงานพร้อมๆกัน เห็นภาพปลายทางหรือผลลัพธ์พร้อมๆกัน ผลคือการทำงานเร็วขึ้น ผลิตภาพดีขึ้น ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

ไฟล์รูป
workshop1.gif

Bookmark | ส่งหน้านี้ให้เพื่อน


ที่ปรึกษาธุรกิจ ที่ปรึกษาการตลาด โค้ชและอบรม วางแผนธุรกิจ วางแผนตลาด และ การขาย ที่ปรึกษาวางแผนธุรกิจ ที่ปรึกษาวางแผนตลาด

บริษัท มาร์เก็ตติ้ง กูรู แอสโซซิเอชั่น จำกัด
59 ศรีสุวรรณโฮมเพลส 2 หมู่ 2 ซอยสตรีวิทย์ 2 ถนนลาดพร้าว 71 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230
โทรศัพท์ : 0-2907-9588, 0-2907-9669, 0-2907-9131 โทรสาร : 0-2907-8941
E-mail : mga01@mga.co.th, seminar@mga.co.th
>> คลิกดูแผนที่ <<


Marketing Guru Association Co.,Ltd. 2001 All Right Reserved.
Google+เพิ่มเพื่อน